13 de junho
บทที่ 14 การประเมินผลนโยบาย
- ความสัมพันธ์ระหว่างการนำนโยบายไปปฏิบัติกับการประเมินผลโครงการเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างกรอบความคิดเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับการนำนโยบายไปปฏิบัติ
- การนำนโยบายไปปฏิบัติและการประเมินผลโครงการในระดับมหภาค และระดับจุลภาค การนำนโยบายไปปฏิบัติในระดับมหภาคจะครอบคลุมองค์ประกอบระหว่างองค์การและผู้กำหนดนโยบาย แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากในการเจรจาตกลงที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าประสงค์ของโครงการ การประเมินผลโครงการระดับมหภาคให้ความสนใจในการตีความหมายการนำนโยบายไปปฏิบัติในด้นความเห็นร่วมกันและการปฏิบัติความว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร การนำนโยบายไปปฏิบัติและการประเมินผลโครงการในระดับจุลภาคเกี่ยวข้องกับการให้ความสนใจต่อหน่วยปฏิบัติที่รับผิดชอบในการนำนโยบายไปปฏิบัติให้บรรลุเป้าประสงค์ของโครงการ
บทที่ 13 การนำนโยบายไปปฏิบัติ
ประเภทองค์กรที่เป็นกลไกการนำนโยบายสาธารณะไปปฏิบัติหากมองจากกรอบ มหภาคจะหมายถึงรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี องค์กรหลักทั้งสองมีความสำคัญในฐานะที่เป็นฝ่ายกำหนดขอบเขตการนำนโยบายไปปฏิบัติขององค์กรภาครัฐและเอกชน จัดงบประมาณสนับสนุนนโยบาย แปลงนโยบายเพื่อให้องค์กรฝ่ายประจำรับไปปฏิบัติ โดยไม่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของกระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัติมากนัก แต่จะมีบทบาทในด้านการกำกับควบคุมารปฏิบัติงานและพิจารณาปรับปรุงนโยบาย
บทที่ 12 การควบคุมแผน
การควบคุมแผน (Control) เป็นการดำเนินการในช่วงระหว่างการนำแผน ไปใช้ปฏิบัติ ซึ่งปกติจะใช้กระบวนการตรวจสอบหรือติดตามและประเมินผลการดำเนินการในแต่ละขั้นตอนเป็นระยะ ๆ และต่อเนื่องเป็นแนวปฏิบัติ ทั้งนี้ เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์สูงสุดจากการ ดำเนินการดังกล่าวและสามารถใช้เป็นสารสนเทศประกอบการพิจารณาปรับปรุงแผนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
บทที่ 11 การวางแผนกลยุทธ์
การวางแผนกลยุทธ์ หรือ Strategic Planning นั้นเป็นสิ่งที่ใช้กันแพร่หลายมาก ในกิจการด้านการทหาร ในด้านการศึกการสงคราม ในด้านการเมืองระหว่างประเทศ และโดยเฉพาะในการบริหาร ในวงการธุรกิจเอกชนนั้น ประสบความสำเร็จสูงมาก ก้าวหน้าและเป็นที่กล่าวขวัญถึงกันมาก ปัจจุบันนี้การวางแผนแบบแผนกลยุทธ์ได้แพร่หลายเข้ามาในวงงานต่าง ๆ และวงงานของราชการมากขึ้น แต่คำที่นิยมใช้และที่ได้รับการยอมรับกันในวงราชการ ส่วนใหญ่นิยมเรียกว่า แผนยุทธศาสตร์
บทที่ 10 การกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย
ศึกษาเกี่ยวกับความหมายของการประเมินผลนโยบาย จุดมุ่งหมายของการประเมินผลนโยบาย แนวทางและตัวแบบในการประเมินผล การวางแผนการประเมินผล บทบาทและจริยธรรมของผู้ประเมินผล ระเบียบวิธีการประเมินผล และบริบททางสังคมและการเมืองของการประเมินผล
บทที่ 9 การวิเคราะห์ระบบ
การวิเคราะห์ระบบ จะประกอบไปด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับกรอบการศึกษาการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ องค์ประกอบของการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ กระบวนการในการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ และการวิเคราะห์นโยบายเชิงประจักษ์
บทที่ 8 นโยบายและการวางแผน
การวางแผน คือ กระบวนการตัดสินใจในสิ่งที่จะกระทำในอนาคตอย่างเป็นระบบเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยเงื่อนไขข้อจำกัดด้านทรัพยากร รวมไปถึงปรัชญาของการวางแผน ลักษณะของแผนที่ดี ประเภทการวางแผน ผู้บริหารกับการวางแผน ตลอดถึงปัญหาและอุปสรรคของการวางแผน
บทที่ 7 การกำหนดทางเลือกและตัดสินนโยบาย
ศึกษาเกี่ยวกับ การกำหนดทางเลือก ทฤษฎีการตัดสินใจเลือกนโยบาย และการประกาศใช้นโยบาย
บทที่ 6 การก่อรูปนโยบาย
เป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการนโยบายสาธารณะ คือ ก่อรูป กำหนดทางเลือก นำไปปฏิบัติ ประเมินผล ลักษณะและความสำคัญของปัญหานโยบาย โดยมีวงจรประเด็นปัญหาของนโยบาย ตั้งแต่ ขั้นก่อเริ่มต้นปัญหาของนโยบาย สัญญาณเตือนภัยจากปัญหาที่เริ่มก่อตัวขึ้น การระบุต้นทุนในการแก้ปัญหา การเสื่อมถอยของความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อปัญหาขั้นตอนสุดท้ายของปัญหา
บทที่ 5 การวิเคราะห์นโยบาย
ความหมายของคำว่า นโยบาย (policy) หมายถึง นโยบายนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่รัฐบาลไดตัดสินในเลือกและจะนำไปปฏิบัติ โดยต้องกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ กําหนดเป็นนโยบาย โครงการ แผนงาน ซึ่งนโยบายบางนโยบายนั้นอาจขัดแย้งกันไดเพราะนโยบายนั้นมีที่มาจากหลายยุทธศาสตร์
บทที่ 4 ตัวแบบของนโยบายสาธารณะ
ศึกษาเกี่ยวกับ ตัวแบบชนชั้นนำ แบบดุลยภาพระหว่างกลุ่ม ตัวแบบเชิงระบบ ตัวแบบสถาบัน ตัวแบบกระบวนการ และตัวแบบเหตุผล
บทที่ 3 ประเภทของนโยบายสาธารณะ
1. นโยบายมุ่งเน้นเนื้อหาสาระ รัฐบาลจะทำอะไร เพื่อสนองต่อความต้องการของประชาชน สิ่งที่รัฐบาลตัดสินใจอาจก่อให้เกิดผลประโยชน์หรือต้นทุนต่อประชาชน หรืออาจทำให้ประชาชนกลุ่มใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบ
2. นโยบายมุ่งเน้นขอบเขต
- นโยบายมุ่งเน้นขอบเขตเฉพาะ
- นโยบายมุ่งเน้นสถาบันที่กำหนดนโยบาย
3. นโยบายมุ่งเน้นการควบคุมโดยรัฐและนโยบายมุ่งเน้นการควบคุมตนเอง
- นโยบายมุ่งเน้นการควบคุมโดยรัฐ ลักษณะนโยบายประเภทนี้เน้นกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับพฤติกรรมของปัจเจกบุคคล ซึ่งเป็นการลดเสรีภาพหรือการใช้ดุลยพินิจที่จะกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดของผู้ถูกควบคุม
- นโยบายมุ่งเน้นการควบคุมกำกับตนเอง มีลักษณะคล้ายคลึงกับนโยบายเน้นการควบคุมโดยรัฐ แต่แตกต่างกันคือ มีลักษณะของการส่งเสริมการป้องกันผลประโยชน์และความรับผิดชอบของกลุ่มตน
4. นโยบายมุ่งเน้นการกระจายผลประโยชน์ และนโยบายมุ่งเน้นการกระจายความเป็นธรรม
- นโยบายมุ่งเน้นการกระจายผลประโยชน์ จำแนกโดยการใช้เกณฑ์การรับผลประโยชน์จากนโยบายของรัฐ เป็นนโยบายเกี่ยวกับการจัดสรรบริการหรือผลประโยชน์ให้กับประชาชน
- นโยบายมุ่งเน้นการกระจายความเป็นธรรม เป็นความพยายามของรัฐที่จะจัดสรรความมั่นคง รายได้ ทรัพย์สินและสิทธิต่าง ๆให้แก่ประชาชนอย่างเป็นธรรม
5. นโยบายมุ่งเน้นลักษณะเสรีนิยมและ นโยบายมุ่งเน้นลักษณะอนุรักษ์นิยม
- นโยบายมุ่งเน้นลักษณะเสรีนิยม เป็นนโยบายที่เกิดจากการผลักดันของกลุ่มความคิดก้าวหน้าที่ต้องการจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นความเสมอภาค
- นโยบายมุ่งเน้นลักษณะอนุรักษ์นิยม แนวความคิดกลุ่มนี้จะอยู่ในกลุ่มชนชั้นของสังคมกลุ่มความคิดเหล่านี้จะเห็นว่าสิ่งที่ดำรงอยู่นั้นดีอยู่แล้ว ถ้าจะทำการเปลี่ยนแปลงแก้ไขควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป รักษาผลประโยชน์ของกลุ่ม ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ
บทที่ 2 องค์ประกอบของนโยบายสาธารณะ
เป็นกิจกรรมที่รัฐบาลจะกระทำหรือไม่กระทำ เป็นการใช้อำนาจของรัฐในการจัดสรรกิจกรรมเพื่อตอบสนองค่านิยมของสังคม ผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายสาธารณะ ได้แก่ ผู้นำทางการเมือง ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ ประมุขของประเทศ ตัวอย่าง โครงการพระราชดำริ กิจกรรมที่รัฐเลือกที่จะกระทำต้องมีเป้าหมาย วัตถุประสงค์ หรือ จุดมุ่งหมาย กิจกรรมที่เลือกกระทำจะต้องมีผลลัพธ์ในการแก้ปัญหาที่สำคัญของสังคม เป็นการตัดสินใจที่จะกระทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนจำนวนมากมิใช่การตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ส่วนบุคคล เป็น
บทที่ 1 แนวความคิดเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ
นโยบายสาธารณะ คือ กิจกรรมที่กระทำโดยรัฐบาล รวมทั้งข้อกำหนดและระเบียบในการควบคุมและกำกับการดำเนินกิจกรรมของปัจเจกบุคคลและนิติบุคคลทั้งมวล ตลอดจนระเบียบในการควบคุมและกำกับการดำเนินกิจกรรมของปัจเจกบุคคลและนิติบุคลทั้งมวล ตลอดจนการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ นโยบายสาธารณะยังหมายรวมถึงการเฉลิมฉลองของรัฐพิธีต่างๆ นอกจากนโยบายสาธารณะจะครอบคลุมกิจกรรมภายในประเทศทั้งหมดแล้ว ยังครอบคลุมกิจกรรมต่างประเทศทั้งหมดอีกด้วย นโยบายสาธารณะมีความสำคัญต่อผู้วางแผนนโยบายรัฐบาลที่สามารถกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับ ความต้องการของประชาชน และสามารถนำนโยบายไปปฏิบัติจนประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จะได้รับความเชื่อถือ และความนิยมจากประชาชน ส่งผลให้รัฐบาลดังกล่าวมีโอกาสในการดำรงอำนาจในการบริหารประเทศยาวนานขึ้น และมีความสำคัญต่อประชาชนนโยบายสาธารณะเป็นผลผลิตทางการเมืองเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ดังนั้นประชาชนสามารถแสดงออกซึ่งความต้องการของพวกเขาผ่านกลไกทางการเมืองต่างๆเช่น ระบบราชการ นักการเมือง ความต้องการดังกล่าวจะถูกนำเข้าสู่ระบบการเมืองไปเป็นนโยบายสาธารณะ เมื่อมีการนำนโยบายไปปฏิบัติและได้ผลตามเป้าประสงค์ ก็จะทำให้ประชาชนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
กิจกรรมที่คลอบคลุมทั้งภายในและภายนอกประเทศ เป็นกิจกรรมที่รัฐเลือกที่จะกระทำหรือไม่กระทำอาจก่อให้เกิดผลกระทบทางบวกและทางลบต่อสังคม
23 de abril
สหรัฐอเมริกา
United States of America
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา
1. ความสัมพันธ์ทั่วไป
1.1 ด้านการทูต
ไทยและสหรัฐฯ สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 2376 ปัจจุบันไทยเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน และมีสถานกงสุลใหญ่ 3 แห่ง คือ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทพฯ และสถานกงสุลใหญ่ประจำจังหวัดเชียงใหม่
1.2 ด้านการเมือง
ความสัมพันธ์โดยทั่วไประหว่างไทย-สหรัฐอเมริกาดำเนินไปด้วยความราบรื่น โดยเฉพาะความร่วมมือทางการทหารและความมั่นคงรวมทั้ง โดยเมื่อปี 2546 สหรัฐฯ ได้ประกาศให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มพันธมิตรหลักนอกกลุ่มนาโต (Major Non NATO Ally – MNNA) ของสหรัฐฯ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้กองทัพไทยสามารถจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์และเข้าถึงเทคโนโลยีทางการทหารต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ได้ นอกจากนั้น ไทยกับสหรัฐฯ ยังมีการฝึกซ้อมร่วม/ผสม Cobra Gold ซึ่งถือว่าเป็นการฝึกร่วมและผสมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีประเทศที่ร่วมสังเกตการณ์หลายประเทศ รวมทั้งผู้แทนจากสหประชาชาติ โดยในการฝึก Cobra Gold 2005 ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการบรรเทาภัยพิบัติ อันเป็นผลจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547
ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างไทยกับสหรัฐฯ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในความร่วมมือในช่วงเหตุการณ์คลื่นสึนามิ โดยไทยให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ และนานาชาติโดยอนุญาตให้ใช้อู่ตะเภาเป็นศูนย์ให้ความช่วยเหลือประเทศที่ประสบภัยในภูมิภาค ขณะที่ สหรัฐฯ ได้ให้การสนับสนุนทั้งนามธรรมและรูปธรรมต่างๆ อาทิ การแสดงความเสียใจของบุคคลระดับสูง ตลอดจน การส่งอากาศยาน เวชภัณฑ์ และเจ้าหน้าที่นิติเวช มาให้ความช่วยเหลือ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้มอบหมายให้อดีตประธานาธิบดี Bush และ Clinton เดินทางเยือนไทยและประเทศที่ประสบภัยอื่นๆ เพื่อสำรวจความเสียหายและระดมความช่วยเหลือจากภาคเอกชนสหรัฐฯ ซึ่งได้จัดให้มีการประชุม Private Sector on Post-Tsunami Reconstruction and Rehabilitation (PSS) ขึ้นเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการดำเนินการเมื่อเดือนพฤษภาคม 2548 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมประชุมด้วย
อนึ่ง จากการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดที่ประสบผลสำเร็จของไทย สหรัฐฯ ได้ประกาศถอนชื่อประเทศไทยออกจากรายชื่อประเทศที่เป็นแหล่งผลิตและ/หรือทางผ่านสำคัญของยาเสพติดเมื่อปี 2547
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ กำลังมุ่งสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างจริงจัง ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่างการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเดือนกันยายน 2548 โดยผู้นำรัฐบาลทั้งสองได้ตกลงที่จะจัดทำ Plan of Action และให้มีความพยายามอย่างแข็งขันเพื่อบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีไทย-สหรัฐฯ ภายในปี 2549 ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาค อาทิ อาเซียน และการแก้ไขปัญหาไข้หวัดนก
1.3 ด้านการค้า
สหรัฐฯ เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยการค้าระหว่างกันในปี 2547 สูงถึง 22,732 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.88) โดยไทยส่งออกไปยังสหรัฐฯ 15,516 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่นำเข้า 7,215 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า 8,301 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ อาหารกระป๋องและแปรรูป อัญมณี ยาง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องไฟฟ้า แผงวงจร และกุ้งสดแช่แข็ง
สินค้านำเข้าที่สำคัญจากสหรัฐฯ ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภันฑ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องมือทางการแพทย์ เครื่องมีการถ่ายภาพ เงินแท่ง เส้นใยในการทอ
ประเทศไทยกับสหรัฐฯ เริ่มการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหรัฐฯ เมื่อปี 2547 โดยได้มีการเจรจาแล้ว 6 รอบ โดยรอบล่าสุดจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ระหว่างวันที่ 9-13 มกราคม 2549 โดยหัวข้อการหารือในการเจรจา รวมถึงเรื่องการเปิดตลาดสำหรับสินค้าอุตสาหกรรม เกษตร สิ่งทอ ภาคบริการ การเงิน และการลงทุน มาตรการเยียวยาทางการค้า มาตรการสุข อนามัยพืชและสัตว์ อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า กฎแหล่งกำเนิดสินค้า เรื่องศุลกากร การเคลื่อนย้ายบุคลากร แรงงานและสิ่งแวดล้อม ทรัพย์สินทางปัญญา และการสร้างขีดความสามารถทางการค้า เป็นต้น
1.4 ด้านการลงทุน
จากสถิติเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสุทธิที่จัดเก็บโดยธนาคารแห่งประเทศไทย มูลค่าเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสุทธิในปี 2547 มีจํ านวนทั้งสิ้น 15,981 ล้านบาท เงินลงทุนสุทธิจากสหรัฐอเมริกาในปี 2547คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 6,204 ล้านบาท นอกจากนี้ จากสถิติการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมจากสํ านักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โครงการลงทุนจากสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการอนุมัติในปี 2547 มีจํ านวนทั้งสิ้น 37 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนสุทธิ 30,397 ล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับสามรองจาก ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป
2. ความตกลงสำคัญๆ กับไทย
1.บันทึกความตั้งใจตามโครงการติดตั้งศูนย์ข้อมูลบุคคล (PISCES) ลงนามเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2547
2.Trade and Investment Framework Agreement ลงนามเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2545
3.กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ลงนามเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2544
4.ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ลงนามเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2541
5.ความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางอากาศ ลงนามเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2539
6.อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ ลงนามเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2539
7.สนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันทางอาญา ลงนามเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2529
8.ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ลงนามเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2527
9.สนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ลงนามเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2526
10.สนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีอาญา ลงนามเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2525
11.ความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางอากาศ ลงนามเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2522
12.ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ ลงนามเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2520
13.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ลงนามเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2514
14.สนธิสัญญาทางไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างราชอาณาจักรไทยและสหรัฐฯ ลงนามเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2509
15.ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและทางเทคนิค ลงนามเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2493
16.สนธิสัญญาทางไมตรี พาณิชย์และการเดินเรือ ลงนามเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2480
17.หนังสือสัญญาทางพระราชไมตรี การค้า และพิกัด (ค.ศ. 1856) ลงนามเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2399
18.หนังสือสัญญาทางพระราชไมตรี ค.ศ. 1833 ลงนามเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2376
3. การแลกเปลี่ยนการเยือน
3.1 การเยือนของผู้นำและพระบรมวงศ์
ฝ่ายไทย
• วันที่ 14 มิถุนายน – 14 กรกฎาคม 2503 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ในสมัยประธานาธิบดี Dwight D. Eisenhower ในการเสด็จฯ เยือนครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ ไปพระราชทานพระราชดำรัสที่รัฐสภาสหรัฐฯ ในวันที่ 29 มิถุนายน 2503
• วันที่ 6 – 20 มิถุนายน และ 24 - 29 มิถุนายน 2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่ 2 ในสมัยประธานาธิบดี Lyndon B. Johnson
• วันที่ 5 – 8 มีนาคม 2528 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยือนสหรัฐฯ เพื่อทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการ SUPPORT และพระราชทานพระราชวโรกาสให้องค์การ Save the Children Fund ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล
• วันที่ 26 ตุลาคม – 15 พฤศจิกายน 2534 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ เยือนสหรัฐฯ และพระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะกรรมการ The Best of Washington ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
• วันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนนครนิวยอร์ก เพื่อร่วมพิธีทูลเกล้าถวายรางวัล FDR International Disability Award
• วันที่ 4 – 16 ตุลาคม 2545 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จฯ เยือนสหรัฐฯ เพื่อทรงรับการถวายรางวัลมนุษยธรรม โดยสถาบัน MD Anderson Cancer Center และทรงเปิดงานฉายภาพยนต์เรื่อง The Legend of Suriyothai รอบปฐมทัศน์ที่ The Kennedy Center
• วันที่ 11 –17 มิถุนายน 2546 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จฯ เยือนสหรัฐฯ
• วันที่ 18 – 21 มิถุนายน 2547 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จ เยือนสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุม 7th Biennial Symposium International Society of Environmental Biotechnology (ISEB) ณ นครชิคาโก
ฝ่ายสหรัฐฯ
• ตุลาคม 2509 นาย Lyndon B. Johnson เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่เดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ
• พฤษภาคม 2512 ประธานาธิบดี Richard M. Nixon เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ
• พฤศจิกายน 2539 ประธานาธิบดี William J. Clinton เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสครบรอบปีกาญจนาภิเษก และได้แวะเยือนไทยในเดือนพฤษภาคม 2545 ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อร่วมพิธีฉลองเอกราชของติมอร์ตะวันออก
• 18 – 21 ตุลาคม 2546 ประธานาธิบดี George W. Bush เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะ พระราชอาคันตุกะ และเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปค ครั้งที่ 11 ที่กรุงเทพฯ
3.2 การเยือนสำคัญอื่นๆ (ปี 2544 – ปัจจุบัน)
ฝ่ายไทย
• วันที่ 19 เมษายน 2544 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนกรุงวอชิงตัน
• วันที่ 13 – 18 ธันวาคม 2544 นายกรัฐมนตรีเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ
• รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบหารือข้อราชการกับนาย Robert B. Zoellick ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ในโอกาสตามเสด็จฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เยือนสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 4 – 10 ตุลาคม 2545
• วันที่ 9 – 12 มิถุนายน 2546 นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อกล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงอาหารค่ำประจำปีของสภาธุรกิจสหรัฐฯ – อาเซียน (USABC) และได้พบหารือข้อราชการกับประธานาธิบดีและผู้นำฝ่าย นิติบัญญัติ
• วันที่ 15-20 กันยายน 2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนสหรัฐฯ
• วันที่ 27 เมษายน - 3 พฤษภาคม 2548 รองนายกรัฐมนตรีเยือนสหรัฐฯ
• วันที่ 11-14 พฤษภาคม 2548 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเยือนสหรัฐฯ และร่วมประชุม Private Sector Summit on Post-Tsunami Reconstruction and Rehabilitation (PSS)
วันที่ 19 กันยายน 2548 นายกรัฐมนตรีเยือนสหรัฐฯ
ฝ่ายสหรัฐฯ
• วันที่ 24 – 25 เมษายน 2545 นาย Lincoln Bloomfield ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ด้านการเมืองและการทหาร เดินทางเยือนไทย
• วันที่ 24 พฤษภาคม 2545 และวันที่ 19 – 21 พฤษภาคม 2546 พลเรือเอก Thomas Fargo ผู้บัญชาการกองกำลังภาคพื้นแปซิฟิกเดินทางเยือนไทย
• วันที่ 28 – 29 กรกฎาคม 2545 นาย Colin Powell รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดินทางเยือนไทย
• วันที่ 10 มกราคม 2546 นาย John R. Bolton ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายการควบคุมอาวุธและความมั่นคงระหว่างประเทศ เดินทางเยือนไทย
• วันที่ 18 – 21 สิงหาคม 2546 คณะกรรมาธิการข่าวกรอง สภาผู้แทนราษฎรเดินทางเยือนไทย
• วันที่ 18 – 21 ตุลาคม 2546 นาย Colin Powell รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนาย Robert B. Zoellick ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่าง
ประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าเอเปค ครั้งที่ 15 ที่กรุงเทพฯ
• วันที่ 10 – 14 มีนาคม 2547 นาย Thomas Ridge รัฐมนตรีว่าการกระทรวง Homeland Security เดินทางเยือนไทย
• วันที่ 3-4 มกราคม 2548 นาย Colin Powell รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนไทย
• วันที่ 19-21 กุมภาพันธ์ 2548 อดีตประธานาธิบดี George H.W. Bush และอดีตประธานาธิบดี William J. Clinton เยือนไทยในฐานะผู้แทนประธานาธิบดีสหรัฐฯ เยือนไทยเพื่อแสดงไมตรีจากกรณีที่ไทยประสบภัยคลื่นสึนามิและศึกษาแนวทางความร่วมมือในการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย
• วันที่ 4 พฤษภาคม 2548 นาย Robert Zoellick รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เยือนไทย
• วันที่ 5-7 มิถุนายน 2548 นาย Donald Rumsfeld รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เยือนไทย
- วันที่ 10-11 กรกฎาคม 2548 ดร.Condoleezza Rice รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เยือนไทย (จว.ภูเก็ต)
4. กงสุลกิตติมศักดิ์
•กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยในสหรัฐฯ
1. Mr. Robert F. Henry, Jr.
กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองมอนต์กอเมอรี มลรัฐแอละแบมา
2. Mr. Donald W. Ringsby
กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองเดนเวอร์ มลรัฐโคโลราโด
3. Mr. George Corrigan
กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองคอรัล เกเบิลส์ มลรัฐฟลอริดา
4. Mr. Louis Stinson
กงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองคอรัล เกเบิลส์ มลรัฐฟลอริดา
5. Mr. Robert M. Holder, Jr. (อยู่ระหว่างการขออนุมัติลาออกจาก รมว.กต.)
กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองแอตแลนตา มลรัฐจอร์เจีย
6. Mr. Colin Miyabara
กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองโฮโนลูลู มลรัฐฮาวาย
7. Mr. Henry M. Lambert
กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองนิวออร์ลีนส์ มลรัฐลุยเซียนา
8. Mr. Joseph Milano
กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ นครบอสตัส มลรัฐแมสซาชูเซตส์
9. Ms. Mary Frances Taylor
กงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองแคนซัส มลรัฐมิสซูรี
10. Mr. Richard H. Hughes (อยู่ระหว่างดำเนินการถอดถอนเนื่องจากนาย Hughes ขอลาออก)
กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองทุลซา มลรัฐโอคลาโฮมา
11. Ms. Nora Gordon (อยู่ระหว่างการดำเนินการแต่งตั้งเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองทุลซา)
รองกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองทุลซา มลรัฐโอคลาโฮมา
12. Mr. Nicholas J. Stanley (อยู่ระหว่างดำเนินการแต่งตั้งเป็นกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองพอร์ตแลนด์)
กงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองพอร์ตแลนด์ มลรัฐออริกอน
13. Mr. Rolando J. Piernes
กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ นครซานฮวน เครือรัฐเปอร์โตริโก
14. Mr. W. Forrest Smith
กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ นครดัลลัส มลรัฐเทกซัส
15. Ms. Mary Lee Leavell Pinkerton
กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองเอล ปาโซ มลรัฐเทกซัส
16. Mr. Charles C. Foster
กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ นครฮุสตัน มลรัฐเทกซัส
5. ความตกลงเมืองพี่เมืองน้องกับสหรัฐฯ (ที่ลงนามแล้ว)
ความตกลงการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง
1. เทศบาลเมืองภูเก็ต-เทศบาลนนครลาสเวกัส 10 กุมภาพันธ์ 2540
2. เทศบาลนครเชียงใหม่-เมืองซานราฟาเอล มลรัฐแคลิฟอร์เนีย 13 มีนาคม 2533
การสถาปนาความสัมพันธ์
เทศบาลเมืองลำพูน-เทศบาลเมืองโอรินด้า มลรัฐแคลิฟอร์เนีย 14 ธันวาคม 2541
ปฏิญญาแห่งมิตรภาพ
เทศบาลนครอุดรธานี-เมืองรีโน มลรัฐเนวาดา 18 ธันวาคม 2535
ประกาศสัมพันธภาพ
เทศบาลตำบลแหลมฉบัง-เมืองคาร์สัน ซิตี้ มลรัฐเนวาดา 26 กรกฎาคม 2536